‘นัน อนันต์’ นำรางวัลให้พ่อแม่

ควันหลงวันแม่ยังอบอวลกับบรรยากาศและสายใยแห่งรัก เช่นเดียวกับนักร้องหนุ่มดาวรุ่ง “นัน อนันต์” ไมค์ทองคำ 6 หนุ่มชาวดอย ปกาเกอะญอ จังหวัดตาก เจ้าของงานเพลง “พระจันทร์ไม่เต็มดวง” จากค่าย ยุ้งข้าว เรคคอร์ด

ถึงแม้ว่าตารางงานจะแน่นแค่ไหน แต่ในโอกาสสำคัญอย่างวันแม่แห่งชาติ เจ้าตัวก็ไม่ลืมที่จะทำหน้าที่บุตรที่ดี นำรางวัลบุตรกตัญญูที่ได้รับ บุกป่า ฝ่าสายฝน เดินขึ้นดอยกว่า 4 ชม.

เพื่อนำรางวัลและเข็มกลัดดอกมะลิมอบให้แม่ พร้อมขอพรจากท่าน ซึ่งหนุ่ม “นัน อนันต์” เล่าให้ฟังว่า

สำหรับวันแม่ปีนี้พิเศษกว่าทุกปีครับ เพราะผมนำรางวัลบุตรกตัญญูประจำปี 2561 มากราบท่าน ถามว่าคิดถึงครอบครัวแค่ไหน บอกเลยว่าคิดถึงมากครับ แต่ด้วยหน้าที่จึงต้องอดทน

ทุกครั้งที่กลับบ้านแม่ก็จะทำอาหารที่ผมชอบให้กิน แต่ไม่ว่าแม่จะทำอะไรผมก็ชอบหมดแหละครับ (หัวเราะ) การได้อยู่กับครอบครัวแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็สร้างพลังให้ผมมีแรงทำงานต่อไป

ก่อนกลับทุกครั้งแม่จะผูกข้อมืออวยพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ซึ่งผมเองจะล้างเท้าพ่อแม่เพื่อขอขมา และนำน้ำล้างเท้ามาอาบน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตัวเองครับ

การเดินทางของเรา ถ้าหากจะต้องเดินทางออกจากหมู่บ้านต้องทำอย่างไร ?
“เดินอย่างเดียวครับ เดินออกมาจากหมู่บ้านเพื่อขึ้นรถโดยสารประจำทาง ถามว่าผมรู้สึกว่ามันลำบากไหม คือผมก็เฉยๆ นะ เพราะผมทำอย่างนี้มาตั้งแต่ยังเล็กๆ มันจึงเป็นเรื่องของความคุ้นชินมากกว่า

และถึงแม้การที่ผมต้องใช้ชีวิตแบบนั้นสำหรับคนอื่นมันอาจจะดูลำบาก แต่ผมกลับมองว่ามันเป็นเรื่องสนุก เพราะถึงครอบครัวเราจะไม่ได้มีทุนเข้ามา แต่เราก็ไม่ได้มีรายจ่ายที่จะต้องใช้จ่ายออกไปด้วยเหมือนกัน

เนื่องจากว่าข้าวที่เราทำ ผักที่เราหามากิน มันก็เพียงพอแล้วต่อการใช้ชีวิตของครอบครัวเรา การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางป่าเขาสำหรับผมมันคือเรื่องที่สนุกมากครับ”

วางแผนชีวิตหลังจากนี้เอาไว้อย่างไรบ้าง ?
“ก็ยังต้องร้องเพลงต่อไปครับ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง เพราะผมก็ไม่ได้อยากจะยึดการร้องเพลงเป็นอาชีพ ผมอยากจะทำงานที่มันมั่นคงมากกว่า เนื่องจากการเป็นนักร้องมันก็ไม่มีอะไรแน่นอน

ในอนาคตเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะมีงานหรือเปล่า แต่ถ้าถามว่าหากผมจะต้องหยุดร้องเพลง ผมจะหยุดเพราะอะไร เอ่อ…ผมก็คงจะหยุดในวันที่ผมไม่มีแฟนคลับแล้วครับ ถ้าไม่มีพวกเขา ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปร้องให้ใครฟังอีก”

อยากให้เราให้กำลังใจกับทุกคนที่อาจจะมีข้อจำกัดเหมือนกับเรา เราอยากจะให้เขาต่อสู้กับข้อจำกัดนั้นอย่างไรบ้าง ?
“ก็อยากจะบอกกับทุกคนว่า หากเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเราต้องรักมันก่อน หากเราไม่รักสิ่งที่เราจะทำ เราก็อย่าทำมันเลยดีกว่า เพราะมันจะเสียเวลาเปล่าๆ

และถ้าหากเราทำมันแล้วแต่มันยังไม่สำเร็จ ก็อย่าไปเสียใจ เพราะตัวผมเองก็ยังไม่ได้สำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ กว่าที่ผมจะมีวันนี้ได้ผมก็ทางดิ้นรนและเสียใจแล้วมาก็หลายครั้ง

ผมเองก็ใช้เวลาหลายปีครับกว่าจะได้เข้ามายืน ณ จุดนี้ได้ ดังนั้นผมจึงอยากให้ทุกคนทำในสิ่งที่ตัวเองรักให้เต็มที่ และสู้กับอุปสรรคด้วยความพยายามของเราครับ ผมเชื่อว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์ที่ได้ มันย่อมดีกว่าการที่เราอยู่เฉยๆ อย่างแน่นอน”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *